ที่มาอัพเนี่ย ไม่ใช่ว่า  จขกท. จะถ่ายรูปเก่งนะครับ

 ใช้หลักการ + มั่ว กลายเป็นหลักกัว ไม่ใช่ละ  

มีน้องๆที่รู้จักหลายคนขอรีเควสมาครับ  เลยอัพให้

 

อัพ entry รอบนี้จะสอนถึงวิธีการจัดคอมโพสของรูปอย่างคร่าวๆนะครับ

 

เป็นวิชา photography ที่ผมเรียนมาได้ 3 คาบครับ

ขอเริ่มด้วยการจัดคอมโพสของรูปก่อนเลยครับ

 

รู้หลักจัดภาพ สบายไปกว่าครึ่ง

    จริงๆนะเธอ(ว์)    การจัดคอมโพสภาพหรือการจัดองค์ประกอบ หลายๆคนฟังแล้ว
แทบจะเบือนหน้าหนี

   แต่เดี๋ยวก่อน  มันไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิด  ซึ่งผมจะสรุปเป็นข้อๆ (เท่าที่นึกออก)

 

1. การแบ่งภาพเป็น 3 ส่วน

      ก่อนที่จะกดชัตเตอร์ ลองจัดองค์ประกอบกันซักนิดครับ  ลองแบ่งภาพเป็น 3 ส่วน
แล้วแต่จะให้เป็นแนวตั้งเหรอแนวนอนยังไงก็ได้ แต่แบ่งเป็น 3 ส่วนครับ

ไม่จำเป็นต้องแบ่งตามภาพครับ

จากนั้น นึกภาพตอนแบ่งแล้วขึ้นมาให้หัว เลื่อนคนที่เป็นแบบให้ไปอยู่ตรงเส้นประ  จากนั้น กดโลดด!!!

 

2. จุดตัด 9 ช่อง

 ง่ายๆเลยนะครับ คือการเอากฏ 3 ช่องมาใช้นั่นแหล่ะครับ แต่เพิ่มทั้งแนวตั้งแนวนอนครับ

ดูจากภาพจะเข้าใจได้มากกว่าครับ

จุดแดงๆที่เกิดจากจุดตัดนั่นแหล่ะครับ เป็นจุดที่คนจะสนใจมากกว่าจุดอื่นครับ

เราก็เลื่อนตัวแบบไปที่จุด จากนั้น กดชัตเตอร์โลดดด!!!

 

 

3. เรื่องของแบคกราว

      อีกจุดที่สำคัญของภาพเลยครับ หลายๆคนมักมองข้ามไปครับ  ซึ่งแบคกราวมีผลต่อภาพ ทำให้ภาพนั้นดูสะอาด รก หรือน่าสนใจ ขึ้นอยู่กับแบคกราวด้วยครับ

 3.1 ยิ่งเรียบยิ่งดี

          แบคกราวยิ่งเรียบ ยิ่งขับตัวแบบให้ออกมาเด่นครับ

สิ่งที่ทำให้ภาพเน่า คือความรกของแบคกราวครับ 

 

ภาพตัวอย่างที่ผมเคยถ่ายไว้นานแล้วครับ  เห็นได้ว่าแบคกราวรกมาก การจัดภาพแน่น รก ทึบ ทำให้ภาพไม่มีจุดเด่นอะไรเลยครับ

 

 

วิธีแก้

ให้ย้ายมุม หรือสถานที่ ในกรณีฉากรกครับ  หรือถ้ามีคน ให้รอให้คนเดินผ่านไปก่อน หรือย้ายมุมครับ
(ใช้การ "ละลายฉากหลัง" ที่จะกล่าวก็ได้ครับ)

 

3.2 งอก

งอก ?    งอกจริงๆครับ แบคกราวบางอย่างทำให้ตัวแบบกลายเป็นมีเขา หรือมีหางได้เลยครับ

ชุดอย่างงาม แต่ฉากหลักมีต้นไม้งอกออกมากลางหัวมัน หรือมีไม้งอกจากก้น ก็ทำให้ภาพเสียได้ครับ

แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกรณีอย่างบางคนต้องการตั้งใจให้งอกอยู่แล้ว ก็ไม่เสียหายครับ

 

 แล้วถ้าจำเป็นต้องถ่ายมุมนี้ ท่านี้ ตรงนี้ล่ะ ?

 

ทุกปัญหามีทางแก้ครับ นั่นก็คือการ "ละลายฉากหลัง" ครับ   พูดง่ายๆคือ
ทำข้างหลังให้มันเบลอไปซะ       ตัวแบบก็จะเด่นเด้งขึ้นมาเองล่ะเธอ(ว์)

ใครมี DSLR ก็สบายหน่อย แต่ใครใช้กล้องคอมแพคธรรมดาก็ปรับในโพโต้ชอปเอาละกันเน่อ

 

4. หันหน้า ซ้าย-ขวา สื่อความหมายต่างกัน

    เป็นการเล่นกับจิตวิทยาของคนเราครับ สั้นๆง่ายๆเลย

หันซ้าย

ทำให้ภาพดูมีอิสระ ดูโล่ง  มองต่อไปได้เรื่อยๆ จินตนาการไปได้อีก

 

หันขวา

 

ทำให้ภาพดูอึดอัด ตีบตัน  ไม่มีอิสระ ถ้าจะถ่ายแนวเศร้าๆ แนะนำหันไปทางขวาเลยนะเธอ(ว์)

 

*** อย่าเอาตัวแบบ หันหน้าชนกับขอบนะครับ ควรทิ้งสเปซให้ห่างไว้ด้วยครับ
หรือถ้าต้องการให้ภาพดูอึดอัดมากๆ ก็ทำได้ครับ

 

5. มุมเปลี่ยน คนเปลี่ยน

        เล่นกับจิตวิทยาของคนอีกแล้วครับ (ฮา~) ซึ่งมุมมองก็มีส่วนช่วยกำหนดตัวแบบเหมือนกัน  ซึ่งมุมมองจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 มุมครับ

 *** ขออภัยสำหรับตัวแบบครับ  เพราะต้องเปรียบเทียบทั้ง 3 มุม ไม่รู้จะหาใครมาเป็นแบบ เพื่อนก็ไม่อยู่หอ ถ่ายตุ๊กตากันที่หน้าห้องนี่แหล่ะ 55+

1.มุมสูง (Bird's Eye View)

 

- มุมนี้จะทำให้ตัวแบบถูก "กด" ครับ ตกอยู่ภายใต้อำนาจ เอาง่ายๆก็คือ ดูอ่อนแอ บอบบาง  ครับ
- มุมนี้ช่วยทำให้หน้าเรียวขึ้น  หัวโตขึ้น และลำตัวเล็กลง  และยังทำให้ตาโตด้วย
- เวลาจะถ่ายแอ๊บแบ๊วก็ถ่ายกันมุมนี้นะเธอ(ว์)

 

2. มุมระดับสายตา (Normal Eye View)

- มุมนี้จะทำให้แบบดูเสมอภาคกับเราครับ  เหมือนเป็นเพื่อนกันยังไงยังงั้นครับ
- เหมาะใช้สำหรับถ่ายตัวละครพวกตัวประกอบ หรือตัวละครที่ดูชิวๆครับ

 

3.มุมต่ำ (Worm's Eye View)

- มุมนี้จะทำให้แบบถูกยกขึ้นครับ ทำให้ดูมีอำนาจ ทรงพลัง พร้อมที่จะกดดันเรา
- ตัวละครใหนพลังเมพๆ ตดทีตายทั้งโลก ก็ถ่ายมุมนี้เลยครับ 
- มุมนี้ทำให้สูงขึ้นด้วยนะเธอ(ว์)

6. ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ

ถ่ายตาชัดไว้ก่อนครับ โฟกัสตาไว้ แล้วแบบจะออกมาสวยเองครับ

 

เกี่ยวกับกล้อง DSLR เบื้องต้น

พยายามใช้แมนนวล หรือโหมด M ให้บ่อยที่สุดนะครับ เพระถ้าใช้ Auto ก็ไม่ต่างอะไรกับกล้องคอมแพคตัวละสองสามพันหรอกครับ

ซึ่งผมจะบอกวิธีการปรับกล้องคร่าวๆให้นะครับ

 

1. การวัดแสง

เอาตาส่องเข้าไปในช่องวิวไฟน์เดอร์ หรือช่องมองภาพนั่นเองครับ

จะเห็นแถบๆแบบนี้นะครับ ถ้าไม่เห็นให้กดชัตเตอร์เบาๆแต่ไม่ต้องกดถ่ายครับ


 
นี่แหล่ะครับ ที่วัดแสง  ดูด้านล่างของเส้นตรงจะมีลูกศรชี้ที่ตัวเลขครับ
(ไอที่เหมือนลูกกระสุนอยู่ข้างล่างตัวเลขครับ มองจริงๆมันมีแค่อันเดียว)

ถ้ามันชี้ที่ค่า - แสดงว่ามืดไป ถ้าชี้ที่ + แสดงว่าสว่างไป

ให้เราถ่ายที่ค่าตรงกลาง ภาพจะออกมาพอดีครับ

 

2. ISO

ยิ่งน้อย จะทำให้ภาพเกิด Noise น้อยขึ้นตามครับ แต่ยิ่งมากก็ยิ่งทำให้เกิด Noise มากเช่นกัน

(Noise คือจุดสีๆแปลกปลอมที่เห็นในภาพครับ อย่างกล้องมือถือหรือเว็บแคมจะเห็นชัดมาก)

 

แล้วยิ่งมากก็ไม่ดีสิ ? ทำไมไม่ใช้น้อยๆไปเลย

เพราะว่า การใช้ ISO มากๆจะทำให้ภาพสว่างขึ้น กลับกัน ยิ่งน้อยภาพก็ยิ่งมืดครับ

 

[ ซึ่งถ้าต้องการถ่าย ISO น้อยๆ สามารถชดเชยได้ด้วยการตั้งค่ารูรับแสงหรือค่า F (เอฟสตอป) และความเร็วชัตเตอร์ครับ ]

 

 3. ค่า F. (เอฟสตอป)
          เลขยิ่งน้อยยิ่งสว่างครับ และเลขยิ่งน้อย ก็ยิ่งทำให้ฉากหลังเบลอได้มากขึ้นด้วย
ซึ่งค่า F ตะเรียกต่างกับเลขอื่นตรงที่ เลขยิ่งน้อยคือ เปิดเยอะ เลขมากคือ เปิดน้อย ครับ

เอาง่ายๆว่าใครอยากได้ฉากหลังเบลอๆก็เอาเลขน้อยๆไว้ครับ

 

4. speed shutter (ความเร็วชัตเตอร์)
         มีหน่วยเป็นวินาทีครับ อย่างเช่นใช้ 1/200 ก็คือ ความเร็วของการถ่ายคือ 1/200 วินาที
ถ้าอยากจะแช่ภาพให้แข็งอย่างหยดน้ำกำลังกระจาย ก็ใช้เยอะ   ถ้าอยากถ่ายให้ภาพเบลอๆ
เหมือนกำลังขยับ อย่างภาพรถวิ่ง แล้วมีแสงไฟยาวววว ก็ใช้น้อยๆครับ

- ยิ่งน้อยยิ่งสว่าง ยิ่งมากยิ่งมืด
- กลับกัน ยิ่งน้อยยิ่งใช้เวลานาน ยิ่งมากยิ่งเร็ว

 

5. White Balance

อันนี้ตามลิงค์ไปดีกว่าครับ

http://www.thaishortfilm.com/board/viewt